AI in Cybersecurity: อนาคตของ AI กับความปลอดภัยทางไซเบอร์


https://cdn.pixabay.com/photo/2018/09/27/09/22/artificial-intelligence-3706562_1280.jpg
ในยุคที่คำว่า “AI” ถูกพูดถึงกันอย่างแพร่หลาย คุณอาจสงสัยว่าเทคโนโลยีนี้จะเข้ามามีบทบาทอย่างไรในโลกของความปลอดภัยไซเบอร์ บทความนี้จะพาคุณสำรวจแง่มุมต่าง ๆ และการประยุกต์ใช้ AI ในด้านความปลอดภัยไซเบอร์กันครับ
ก่อนที่คุณจะอ่านบทความนี้ ผมขอแจ้งให้ทราบว่า เนื้อหาต่อไปนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลจากบทความต่าง ๆ ที่ผมได้อ่านมาและคิดว่าน่าจะเป็นการประยุกต์ใช้ที่น่าสนใจและเป็นไปได้มากที่สุดมาเสนอให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกัน ใครคิดว่าข้อไหนน่าสนใจก็สามารถตามไปอ่านบทความเต็มกันได้นะครับ

1. AI-powered Cyberattacks
เป็นการใช้ประโยชน์จากอัลกอริทึมและเทคนิคของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยทำให้ขั้นตอนต่าง ๆ ของการโจมตีทางไซเบอร์เป็นไปอย่างอัตโนมัติ รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ซึ่งรวมถึงการระบุช่องโหว่ การค้นหาช่องทางการโจมตี การสร้างช่องทางโจมตี การขโมยหรือแก้ไขข้อมูล และการแทรกแซงการทำงานของระบบ เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้นลองดูตัวอย่างต่อไปนี้ดูครับ
AI-driven social engineering attacks
- เริ่มจากการระบุเป้าหมายที่เหมาะสม ซึ่งรวมถึงเป้าหมายองค์กรโดยรวมและบุคคลภายในองค์กรที่สามารถใช้เป็นช่องทางเข้าสู่ระบบไอทีภายในได้
- สร้างโปรไฟล์เป้าหมาย (Target Persona) จากข้อมูลออนไลน์ต่าง ๆ ที่รวบรวมได้เกี่ยวกับเป้าหมายเพื่อที่จะสร้างการสื่อสารกับเป้าหมายได้เฉพาะและเจาะจงมากขึ้น
- สร้างการสนทนาและสถานการณ์ที่อาจเป็นจริงและเป็นไปได้มากที่สุดเพื่อที่จะดึงความสนใจจากเป้าหมาย
- สร้างข้อความ/เสียง/วิดีโอ ที่เกี่ยวข้องและเจาะจงกับเป้าหมายมากที่สุดเพื่อให้เป้าหมายมีส่วนรวมและหลงกลในที่สุด
AI-driven phishing attacks
Deepfakes
Malicious GPTs
สามารถอ่านต่อเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์นี้เลยครับ
- https://www.crowdstrike.com/en-us/cybersecurity-101/cyberattacks/ai-powered-cyberattacks/
- Google says hackers abuse Gemini AI to empower their attacks

https://knowhow.distrelec.com/wp-content/uploads/2022/11/cybersecurity-1920x800.png
2. AI-powered Cybersecurity Defenses
ใช่แล้วครับ ถ้าฝ่ายโจมตีใช้ AI ฝ่ายป้องกันก็ต้องมี AI เหมือนกัน! จุดสำคัญคือ AI จะช่วยให้การตรวจจับและตอบสนองต่อภัยคุกคามเร็วขึ้นกว่าเดิม การเอา AI มาผสมกับมาตรการป้องกันแบบเดิม บวกกับการเก็บข้อมูล เรียนรู้แบบต่อเนื่องและเฝ้าระวังตลอดเวลา จะช่วยให้ระบบปลอดภัยขึ้น และ AI ก็จะยิ่งฉลาดขึ้นไปอีก ด้านล่างนี้คือตัวอย่างการใช้ AI ในการป้องกันระบบ ลองไปดูกัน
Automated Response to Threats
- ลดระยะเวลาในการตรวจจับและตอบสนองต่อภัยคุกคามอย่างมีประสิทธิภาพ
- ลดภาระงานของทีม Security ด้วยระบบตรวจจับภัยคุกคามอัตโนมัติ
- ดำเนินการตอบสนองอัตโนมัติทันที เช่น แยกระบบที่ได้รับผลกระทบหรือบล็อก IP Address ที่อันตราย
Behavioral Analytics
- ประเมินความเสี่ยงจากพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้โดยอ้างอิงข้อมูลในอดีตและบริบทเพื่อคาดการณ์และป้องกันภัยคุกคาม
- วิเคราะห์รูปแบบพฤติกรรมเพื่อระบุภัยคุกคามจากภายในอย่างแม่นยำ
- ตรวจสอบพฤติกรรมของผู้ใช้และปริมาณการใช้งานเครือข่ายเพื่อตรวจจับความผิดปกติที่อาจบ่งชี้ถึงพฤติกรรมที่เป็นอันตราย
Security Incident Forensics
- ประเมินและวิเคราะห์ Incidents ด้านความปลอดภัยเพื่อระบุผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
- จัดทำไทม์ไลน์ของเหตุการณ์โดยอ้างอิงจากพฤติกรรมของผู้ใช้และการเปลี่ยนแปลงของระบบ เพื่อให้เห็นลำดับเหตุการณ์อย่างชัดเจน
- ทำการวิเคราะห์สาเหตุหลักอย่างละเอียดเพื่อระบุปัจจัยที่เกี่ยวข้องและแนวทางแก้ไข
Threat Detection and Analysis
- วิเคราะห์อีเมลเพื่อตรวจจับการโจมตีแบบฟิชชิ่งที่ซับซ้อนได้อย่างแม่นยำ
- ค้นหาและระบุภัยคุกคามที่ไม่เคยพบมาก่อน
- วิเคราะห์รูปแบบและพฤติกรรมที่ผิดปกติเพื่อคาดการณ์และป้องกันความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและพฤติกรรมการฉ้อโกงที่อาจเกิดขึ้น
- เฝ้าระวังและเสริมความปลอดภัยให้กับอุปกรณ์ IoT เพื่อป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์
Vulnerability Management
- จัดลำดับความสำคัญของช่องโหว่ตามระดับความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
- ลดระยะเวลาและความซับซ้อนในการประเมินช่องโหว่ด้วยกระบวนการอัตโนมัติ
- สแกนเครือข่ายและระบบอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อระบุช่องโหว่ที่อาจเกิดขึ้น
สามารถอ่านต่อเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์นี้เลยครับ
- https://www.paloaltonetworks.com/cyberpedia/ai-risks-and-benefits-in-cybersecurity
- https://www.ibm.com/ai-cybersecurity

3. Reversing zero-day exploits using machine learning
สำหรับเพื่อนๆ ที่มีความรู้ด้าน Cybersecurity แน่นอนว่าก็คงจะคุ้นเคยกับคำว่า zero-day exploit ซึ่งหมายถึงช่องโหว่ในระบบที่ยังไม่เคยมีการเปิดเผยสู่สาธารณะมาก่อน ทำให้ผู้โจมตีมีโอกาสใช้ช่องโหว่นั้นในการเข้าควบคุมระบบก่อนที่ผู้ดูแลจะทันระวังหรือป้องกันได้ทันเวลา
ในมุมมองของนักวิจัยด้านความปลอดภัย พวกเขาจะนำข้อมูลจากการโจมตีในอดีต ตัวอย่างมัลแวร์ที่รวบรวมได้จากการวิเคราะห์ทั้งในจุดบริการลูกค้าที่เคยโดนโจมตีและมัลแวร์จากเว็บบอร์ดยอดนิยมต่าง ๆ ที่แฮกเกอร์ชอบมาปล่อยของกัน มาใช้สร้างโมเดล Machine Learning และ AI ที่สามารถจำลองสถานการณ์การโจมตีจริงได้อย่างใกล้เคียงและมีประสิทธิภาพ
อีกทั้งการนำ Machine Learning และ AI มาใช้ยังช่วยตรวจจับข้อผิดปกติที่อาจถูกมองข้ามไปได้หากใช้แค่ความสามารถของมนุษย์เพียงอย่างเดียว โดยมีการใช้เครื่องมือหลากหลาย เช่น Honeypot ที่จะดักจับ activity แปลกปลอม และวิเคราะห์ Log ที่บันทึกไว้จากลูกค้าและผู้ใช้งานจริง รวมถึงข้อมูลย้อนหลังจากแพลตฟอร์มข่าวกรองต่าง ๆ เพื่อสร้างโมเดลด้วยเทคนิค ML เช่น อัลกอริทึมการจัดกลุ่ม (clustering) ซึ่งช่วยให้สามารถตรวจจับและวิเคราะห์การโจมตีที่มีลักษณะซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สามารถอ่านต่อเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์นี้เลยครับ
- https://googleprojectzero.blogspot.com/2024/10/from-naptime-to-big-sleep.html
- https://newatlas.com/technology/gpt4-autonomously-hack-zero-day-security-flaws/
- https://kpmg.com/ch/en/insights/cybersecurity-risk/artificial-intelligence-influences.html
- https://www.researchgate.net/publication/377836391_Assessment_of_Zero-Day_Vulnerability_using_Machine_Learning_Approach

https://pub-e93d5c9fdf134c89830082377f6df465.r2.dev/2024/06/Data-Governance.jpg
4. AI Drives a Data Governance Revolution
ตอนนี้และในอนาคต AI จะเข้ามีบทบาทสำคัญในองค์กรมากขึ้นเรื่อย ๆ และสิ่งที่ตามมาก็คือความสำคัญของการกำกับดูแลข้อมูลที่ดีขึ้นด้วยเช่นกัน เพราะ AI ช่วยประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาล รวมถึงข้อมูลที่ละเอียดอ่อน ทำให้การรักษาความปลอดภัยและความโปร่งใสของข้อมูลเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจมากขึ้นไปอีก
การกำกับดูแลข้อมูลจึงกลายเป็นเรื่องที่องค์กรต้องให้ความสำคัญอันดับแรก ๆ และนั่นทำจะให้เกิดการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องไปด้วย หลายๆ องค์กรเลยต้องนำ AI มาช่วยในการกำกับดูแลข้อมูล เพื่อที่จะสามารถปกป้องข้อมูลสำคัญ รับมือกับกฎหมายที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และสร้างความไว้วางใจจาก stakeholders ในระยะยาว
เช่น อาจจะใช้ AI ในระบบตรวจจับความผิดปกติอัตโนมัติหรือเทคโนโลยีการเข้ารหัสขั้นสูงเพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่าง ๆ เช่น การเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือการละเมิดข้อมูล หรือลองนึกภาพตามนะครับ ถ้าบริษัทใช้ AI เพื่อปรับเปลี่ยนประสบการณ์การบริการลูกค้าให้ตรงใจลูกค้ามากขึ้น ในขณะเดียวกันก็สามารถควบคุมการเข้าถึงข้อมูลที่ละเอียดอ่อนและบังคับใช้สิทธิ์การเข้าถึงได้อย่างชัดเจน องค์กรนั้นจะสามารถปฏิบัติตามกฎหมายการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างไร้กังวล ทั้งยังคงรักษาความไว้วางใจจากลูกค้าได้ดี
ที่สำคัญ การนำ AI มาช่วยในการกำกับดูแลข้อมูลไม่ได้แค่เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังช่วยให้องค์กรมีความได้เปรียบในการแข่งขันอีกด้วย การทำแบบนี้จะช่วยสร้างความภักดีจากลูกค้าและสร้างความไว้วางใจในยุคที่ความถูกต้องและความโปร่งใสของข้อมูลเป็นสิ่งที่สร้างความแตกต่างและสำคัญมากครับ
สามารถอ่านต่อเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์นี้เลยครับ

https://purplegriffon.com/uploads/images/ai-powered-tools-title.png
5. Top AI-Powered Cybersecurity Tools
หากเพื่อน ๆ อ่านกันมาจนถึงข้อนี้ก็น่าจะเห็นภาพชัดเจนขึ้นแล้วว่า AI จะเข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ได้ในรูปแบบไหนบ้าง ในข้อสุดท้ายนี้เรียกได้ว่า “AI is everywhere” จริง ๆ ครับมันจะเข้าไปอยู่ในทุกที่เหมือนกับ Internet ในอุปกรณ์ IoT นั่นเอง และนี่ก็คือลิสต์ของเครื่องมือที่คิดว่าจะมีการนำ AI เข้ามา Integrate กันเพิ่มมากขึ้นครับ
AI-powered endpoint security solutions
- อุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างแล็บท็อป, เดสก์ท็อป หรือมือถือของเรา ถ้ามีโซลูชัน AI ก็จะช่วยตรวจจับและตอบสนองภัยคุกคามได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นมัลแวร์ แรนซัมแวร์ หรือไวรัสที่อาจจะมาโจมตี
AI-based Next-Generation Firewalls (NGFW)
- ไฟร์วอลล์รุ่นใหม่ที่มี AI มาเสริมจะช่วยป้องกันภัยคุกคามต่าง ๆ อย่างได้ผล ป้องกันการบุกรุกและควบคุมการใช้งานแอปพลิเคชันในเครือข่ายได้ดีขึ้น
Security Information and Event Management (SIEM)
- ระบบ SIEM ที่ใช้ AI ช่วยให้เราเห็นข้อมูลเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยได้เร็วขึ้น ช่วยในการตรวจจับ, สืบสวน และตอบสนองภัยคุกคามได้เร็วมากขึ้น
AI-driven cloud security solutions
- ถ้าเพื่อน ๆ ใช้บริการคลาวด์หรือเก็บข้อมูลในคลาวด์ โซลูชันนี้จะใช้ AI ช่วยปกป้องข้อมูลและแอปพลิเคชันให้ปลอดภัยและทำให้สามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบต่าง ๆ ได้
AI-powered NDR solutions for cyber threat detection
- เครื่องมือ NDR ที่ใช้ AI จะช่วยตรวจสอบการรับส่งข้อมูลในเครือข่ายของเรา เพื่อตรวจจับภัยคุกคามที่อาจหลบเลี่ยงการป้องกันแบบดั้งเดิม และตอบสนองได้ทันที
สามารถอ่านต่อเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์นี้เลยครับ
- https://www.fortinet.com/resources/cyberglossary/artificial-intelligence-in-cybersecurity
- https://www.microsoft.com/en-us/security/business/security-101/what-is-ai-for-cybersecurity
AI ในด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ตอนนี้มีบทบาทสำคัญมากขึ้น เพราะมันช่วยรับมือกับภัยคุกคามที่ซับซ้อนและพัฒนาเร็วขึ้นเรื่อย ๆ โดย AI สามารถเรียนรู้จากข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เกิดจาก AI นั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสีย เพราะมันอาจจะช่วยป้องกันหรืออาจถูกนำมาใช้โจมตีเราได้เหมือนกัน
ดังนั้น การที่เราเข้าใจและรู้จักภัยคุกคามที่เกิดขึ้นได้เร็วเท่าไหร่ ก็จะยิ่งช่วยป้องกันไม่ให้แฮกเกอร์เข้ามาหาประโยชน์จากช่องโหว่ใหม่ ๆ ได้ทันที และเราก็จะรู้สึกปลอดภัยและมั่นใจมากขึ้นในโลกออนไลน์ครับ อย่าลืมอัปเดตความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยทางไซเบอร์กันอยู่เสมอนะครับ! ขอบคุณครับ