ความลับของ Google ที่ไม่มีใครบอกคุณ (แต่แฮกเกอร์รู้ดี!)

โดย admin

2 นาที
แชร์
Blog Thumbnail

ความลับของ Google ที่ไม่มีใครบอกคุณ (แต่แฮกเกอร์รู้ดี!)

**///**ผมหวังว่าบทความนี้จะทำให้ผู้อ่านได้ประโยชน์จากมันไม่มากก็น้อย และไม่นำความรู้ที่ได้ไปทำเรื่องที่ผิดกฎหมายนะครับ ดังที่ โกล โรเจอร์ ได้กล่าวเอาไว้ “หมายศาลนั้นมีอยู่จริง” :D

ถ้าพูดถึง Google คงไม่มีใครที่ไหนที่ไม่รู้จัก…แล้วคุณหละรู้จัก Google มากแค่ไหน คนส่วนใหญมอง Google เป็นแค่เครื่องมือค้นหาธรรมดา แต่ในมือของผู้เชี่ยวชาญ มันกลายเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลที่ทรงพลังอย่างแท้จริง ทั้งแฮกเกอร์ นักวิจัยความปลอดภัยทางไซเบอร์ และนักข่าวสายสืบสวนต่างใช้เทคนิคที่เรียกว่า Google Dorking ในการค้นหาข้อมูลที่ซ่อนอยู่ในอินเทอร์เน็ต ไฟล์หรือหน้าเว็บที่คนทั่วไปหาไม่เจอ และบางครั้งก็เป็นข้อมูลที่เจ้าของไม่เคยตั้งใจจะเปิดเผยด้วยซ้ำ

ทำไมต้องใช้ Google?

คุณอาจสงสัยว่า “ทำไมไม่ใช้เครื่องมือเฉพาะทางในการค้นหาล่ะ?” คำตอบนั้นง่ายมาก เพราะ Google มีสามข้อได้เปรียบที่ไม่มีเครื่องมือใดเทียบได้

ประการแรก มันฟรี คุณไม่ต้องจ่ายเงินสักบาทเดียวในการเข้าถึงดัชนีข้อมูลมหาศาลที่ Google รวบรวมไว้ ในขณะที่เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลระดับมืออาชีพหลายตัวมีค่าใช้จ่ายแพงหูฉีก

https://media0.giphy.com/media/v1.Y2lkPTc5MGI3NjExaWhzdGV1b2p0YzVubm1wajE4czV5aTVhcm05cmJydDZ0ZzBsd2FxNSZlcD12MV9pbnRlcm5hbF9naWZfYnlfaWQmY3Q9Zw/2D8g2rXcWx1DO/giphy.gif

ประการที่สอง มันใช้งานง่าย ไม่ว่าคุณจะเป็นเด็กที่เพิ่งได้มือถือเครื่องแรก หรือผู้ใหญ่ที่เริ่มต้นใช้คอมพิวเตอร์ การใช้ Google นั้นเรียนรู้ได้ภายในไม่กี่นาที เพราะว่ามีส่วนต่อประสานผู้ใช้ที่เรียบง่ายทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงพลังของมันได้

ประการสุดท้าย มันทรงพลังอย่างน่าประหลาด Google สามารถค้นหาข้อมูลจากเว็บไซต์หลายพันล้านหน้า ครอบคลุมเนื้อหาแทบทุกภาษา ทุกรูปแบบ และทุกหัวข้อที่คุณนึกออก

และวันนี้ผมจะพาคุณไปรู้จักกับ Google Dorking เครื่องมือลับที่แฮกเกอร์มืออาชีพ นักวิจัยด้านความปลอดภัย และแม้แต่นักข่าวสายสืบสวนต่างใช้เพื่อเข้าถึงข้อมูลที่คนทั่วไปมองไม่เห็น ที่สำคัญ มันถูกกฎหมาย และสามารถใช้เพื่อป้องกันภัยไซเบอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เรามาเริ่มจาก Google Dorking คืออะไร?

Google Dorking หรือที่บางคนเรียกว่า Google Hacking เป็นเทคนิคการใช้คำสั่งพิเศษ (เรียกว่า “operators”) ในการค้นหาบน Google เพื่อดึงข้อมูลที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ ซึ่งคุณจะหาไม่เจอจากการพิมพ์คำค้นแบบปกติเลย

เทคนิคนี้อาศัยความสามารถของ Google ในการเจาะลึกเข้าไปค้นหาคำหรือข้อมูลเฉพาะเจาะจงจากเว็บไซต์นับล้านที่อยู่ในระบบของมัน ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก เพราะข้อมูลเหล่านี้บางอย่างไม่ได้ถูกออกแบบให้ถูกพบง่าย ๆ จากการค้นหาทั่วไป บางครั้งเป็นข้อมูลที่เจ้าของเว็บไซต์คิดว่าซ่อนไว้ดีแล้ว หรือไม่ได้ตั้งใจจะให้สาธารณะเข้าถึง

ประวัติความเป็นมาของ Google Dorking นั้นย้อนกลับไปไกลถึงต้นยุค 2000 เมื่อนักวิจัยด้านความปลอดภัยเริ่มค้นพบว่า Google สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการหาช่องโหว่ของระบบได้ Johnny Long หนึ่งในผู้บุกเบิกด้านนี้ ได้สร้างฐานข้อมูล Google Hacking Database (GHDB) ขึ้นมาเพื่อรวบรวมคำค้นหาพิเศษเหล่านี้ที่สามารถเปิดเผยข้อมูลสำคัญได้

แม้ชื่อจะฟังดูคล้ายการแฮก แต่ Google Dorking ไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมายเลย กลับกัน มันเป็นเครื่องมือที่ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ใช้กันบ่อย ๆ เพื่อช่วยหาช่องโหว่ของระบบตัวเองก่อนที่คนไม่หวังดีจะเจอ เปรียบเสมือนการทดสอบว่าประตูบ้านของคุณล็อกดีหรือไม่ ก่อนที่โจรจะมาลอง

นักวิจัยด้านความปลอดภัยใช้ Google Dorking เพื่อค้นหาช่องโหว่ เช่น หน้าเข้าสู่ระบบที่ไม่มีการป้องกัน ไฟล์การตั้งค่าที่ถูกเปิดเผยโดยไม่ตั้งใจ หรือข้อมูลที่ละเอียดอ่อนที่ไม่ควรจะถูกเผยแพร่สู่สาธารณะ การค้นพบเหล่านี้ช่วยให้องค์กรสามารถแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที

นอกจากนี้ นักข่าวสายสืบสวนยังใช้เทคนิคนี้ในการค้นหาเอกสารสาธารณะ รายงาน หรือข้อมูลที่ถูกเผยแพร่โดยไม่ตั้งใจที่สามารถนำมาประกอบการทำข่าวได้ มันเป็นเครื่องมือวิจัยที่ทรงพลังมากในยุคดิจิทัลอีกด้วย

Dorks ที่มีประโยชน์ที่ทุกคนควรรู้จัก

พูดมาเยอะแล้ว มาเริ่มต้นเรียนรู้ Google Dorks พื้นฐานกันดีกว่า Dorks คือคำสั่งหรือตัวดำเนินการพิเศษที่คุณสามารถใช้ใน Google เพื่อทำให้การค้นหาแม่นยำและทรงพลังยิ่งขึ้น

1. site:

ใช้เพื่อค้นหาผลลัพธ์จากเว็บไซต์ที่กำหนดเท่านั้น ตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการค้นหาข้อมูลเฉพาะใน testphp.vulnweb.com คุณสามารถใช้:

site:testphp.vulnweb.com

คำสั่งนี้จะแสดงเฉพาะหน้าเว็บที่อยู่ในโดเมนที่คุณระบุ ไม่มีผลลัพธ์จากเว็บอื่น ๆ เลย มันมีประโยชน์มากเมื่อคุณต้องการสำรวจเว็บไซต์เฉพาะอย่างละเอียด

2. , (Comma)

ใช้เพื่อแยกคำค้นหาหลาย ๆ ค่า ช่วยให้คุณค้นหาหลายสิ่งพร้อมกันได้ในคำสั่งเดียว ตัวอย่างเช่น:

site:example.com “password”, “username”

3. inurl:

ค้นหาหน้าที่มีข้อความที่ระบุอยู่ใน URL โดยตรง ตัวอย่าง:

inurl:admin

คำสั่งนี้จะค้นหาหน้าเว็บที่มีคำว่า “admin” อยู่ใน URL ซึ่งมักจะเป็นหน้าแอดมินหรือหน้าจัดการระบบ นักวิจัยด้านความปลอดภัยใช้คำสั่งนี้เพื่อตรวจสอบว่ามีหน้าแอดมินใดถูกเปิดเผยโดยไม่ตั้งใจหรือไม่

4. intitle:

ค้นหาหน้าที่มีข้อความตรงกับชื่อเรื่อง (Title) ของหน้าเว็บ ตัวอย่าง:

intitle:”index of”

คำสั่งนี้มักจะค้นพบ directory listings ซึ่งเป็นหน้าที่แสดงรายการไฟล์และโฟลเดอร์บนเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งบางครั้งอาจมีไฟล์สำคัญที่ไม่ควรจะถูกเข้าถึงได้

5. ext: และ filetype:

ค้นหาไฟล์ที่มีนามสกุลหรือประเภทเฉพาะ ตัวอย่าง:

ext:pdf site:example.com

filetype:xls “employee”

คำสั่งเหล่านี้มีประโยชน์มากเมื่อคุณกำลังมองหาเอกสารประเภทใดประเภทหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น ไฟล์ PDF, Excel, Word, หรือแม้กระทั่งไฟล์การตั้งค่าต่าง ๆ

6. | (OR)

ใช้สำหรับค้นหาด้วยเงื่อนไข OR เพื่อให้ได้ผลลัพธ์จากเว็บไซต์หนึ่งหรืออีกเว็บไซต์หนึ่ง ตัวอย่าง:

site:example.com | site:test.com

คำสั่งนี้จะแสดงผลลัพธ์จากทั้งสองเว็บไซต์ที่คุณระบุ

7. — (Minus)

ใช้เพื่อตัดผลลัพธ์ที่ไม่ต้องการออก ตัวอย่าง:

site:example.com -inurl:login

คำสั่งนี้จะแสดงหน้าเว็บทั้งหมดใน example.com ยกเว้นหน้าที่มีคำว่า “login” ใน URL เป็นเครื่องมือที่ดีในการกรองข้อมูลที่ไม่ต้องการออก

8. link:

ค้นหาเว็บเพจที่มีการลิงก์ไปยังเว็บไซต์ที่กำหนด ตัวอย่าง:

link:example.com

อย่างไรก็ตาม ควรทราบว่า Google ได้ยกเลิกการสนับสนุนตัวดำเนินการนี้อย่างเป็นทางการแล้วในหลายประเทศ แต่ยังคงใช้งานได้บ้างในบางกรณี

9. * (Wildcard)

ใช้แทนตัวอักษรหรือชุดของตัวอักษรใด ๆ ตัวอย่าง:

site:*vulnweb.com

คำสั่งนี้จะค้นหาทุก subdomain ของ vulnweb.com เช่น test.vulnweb.com, demo.vulnweb.com เป็นต้น

10. “ “ (Double Quotes)

ค้นหาหน้าที่มีวลี (Phrase) ตรงกันแบบแม่นยำทุกตัวอักษร ตัวอย่าง:

site:drive.google.com “ข้อสอบ”

เมื่อคุณใส่คำค้นในเครื่องหมายคำพูดคู่ Google จะค้นหาเฉพาะหน้าที่มีคำหรือวลีนั้นตรงกันทุกประการ ไม่มีการปรับแต่งหรือแยกคำ

การรวม Dorks เพื่อความทรงพลังยิ่งขึ้น

ความทรงพลังที่แท้จริงของ Google Dorking อยู่ที่การรวม operators หลาย ๆ ตัวเข้าด้วยกัน ตัวอย่างเช่น:

site:http://hackerone.com inurl:reports “idor”

คำสั่งนี้จะหารายงานช่องโหว่สาธารณะ ของนักวิจัยที่เผยแพร่รายละเอียด เกี่ยวกับช่องโหว่ประเภท IDOR บนแพลตฟอร์ม HackerOne เพื่อนำไปเรียนรู้เทคนิคใหม่ ๆ ที่น่าสนใจเป็นต้น

หรือ:

intitle:”index of” setting.php

คำสั่งนี้พยายามหาไดเรกทอรีสาธารณะที่เปิดการแสดงรายการไฟล์ และมี setting.php ปรากฏอยู่

และยังมีการรวมคำสั่งที่น่าสนใจอีกมากมาย แล้วแต่การจินตนาการแต่ละคนครับ

บทสรุป

Google Dorking เป็นทักษะที่ทรงพลังที่ทุกคนควรรู้จัก ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย นักข่าว นักวิจัย หรือแค่คนทั่วไปที่อยากใช้ Google ให้เต็มศักยภาพ การเข้าใจเทคนิคเหล่านี้จะช่วยให้คุณค้นหาข้อมูลได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องใช้ความรู้นี้อย่างมีจริยธรรม อย่าพยายามเข้าถึงระบบหรือข้อมูลที่คุณไม่ได้รับอนุญาต แม้ว่า Google Dorking จะถูกกฎหมาย แต่การนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในทางที่ผิดอาจทำให้คุณต้องรับผิดทางกฎหมายได้

ใช้เทคนิคเหล่านี้เพื่อปกป้องระบบของคุณเอง ทำวิจัยอย่างถูกต้อง หรือพัฒนาทักษะการค้นหาข้อมูลของคุณ แล้วคุณจะค้นพบว่า Google นั้นทรงพลังกว่าที่คุณเคยคิดมาก

สำหรับท่านใดที่มี Combo dorks เจ๋ง ๆ สามารถเข้ามาแชร์กันได้ครับ และหากผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
 ขอบคุณครับ

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

หากคุณต้องการเจาะลึกและเรียนรู้ Google Dorks มากขึ้น แนะนำให้สำรวจแหล่งข้อมูลเหล่านี้:

Google Hacking Database (GHDB) — https://www.exploit-db.com/google-hacking-database

นี่คือคลังข้อมูลที่รวบรวม Google Dorks หลายพันรายการที่ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทั่วโลกได้รวบรวมและทดสอบมาแล้ว คุณจะพบ dorks สำหรับค้นหาช่องโหว่หลากหลายประเภท ไฟล์ที่ละเอียดอ่อน และข้อมูลที่น่าสนใจมากมาย

แชร์
กลับไปด้านบน

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัปเดตข้อมูลด้านไซเบอร์ ทุกสัปดาห์
รับข่าวสารความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับความปลอดภัยไซเบอร์จากดาต้าฟาร์มก่อนใคร

ฟีเจอร์นี้จะเปิดให้ใช้งานเร็ว ๆ นี้ โปรดติดตาม

ส่งสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ไม่มีสแปม ยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ